การคว่ำบาตรรัสเซียในวงการกีฬา ถือเป็นอีกหนึ่งในมาตรการตอบโต้ ไม่ต่างจากการปิดน่านฟ้าหรือกำแพงทางการค้าที่ประชาคมโลกตอบสนอง หลังมหาอำนาจแห่งยุโรปตะวันออกเปิดฉากการโจมตีประเทศยูเครน

แน่นอนว่า รัสเซีย ย่อมได้รับผลกระทบจากการถูกทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว แต่โลกกีฬายังต้องเดินหน้าต่อไปแม้ปราศจากแดนหมีขาว และต้องเจอกับผลกระทบที่ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน

จะมาเผยให้เห็นว่าวงการกีฬาทั่วโลกจะได้รับผลอะไรบาง เมื่อพวกเขาตัดสินใจตัดรัสเซียออกจากวงการกีฬาแบบไม่มีกำหนด

โค่นต้นไม้สะเทือนถึงดวงดาว

ทุกคนคงเคยได้ยินวลีที่บอกว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ที่สื่อถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ยิ่งใหญ่มหาศาล ซึ่งวลีดังกล่าวสามารถนำมาใช้เปรียบเทียบกับสถานการณ์ของโลกกีฬาในปัจจุบันได้อย่างใกล้เคียง เพียงแต่อาจต้องเปลี่ยนคำให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นเป็น “โค่นต้นไม้สะเทือนถึงดวงดาว”

เพราะรัสเซียไม่ใช่ประเทศตัวเล็กตัวน้อย แต่เป็นมหาอำนาจในโลกกีฬาที่มีอิทธิพลทั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยการรับบทบาทเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 นับเป็นก้าวสำคัญของแดนหมีขาวในวงการกีฬา ที่ส่งสัญญาณว่าพวกเขาจะเข้ามาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของการต่อรองอำนาจในโลกกีฬา

การถอนรากถอนโคนประเทศรัสเซียออกจากวงการกีฬาจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการคว่ำบาตรมหาอำนาจแห่งยุโรปตะวันออก หลังรัสเซียส่งกองทัพเข้าโจมตีประเทศยูเครน โดยวงการฟุตบอลได้ทำการตอบโต้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นด้วยการแบนรัสเซียจากการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ รวมถึงแบนรัสเซียจากการแข่งขันทุกรายการที่รับรองโดย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ และ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ

ส่วนคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือก็สั่งแบนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ชาวรัสเซียจากเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานานาชาติทุกชนิด ซึ่งคำสั่งตรงนี้ในเบื้องต้นจะทำให้รัสเซียหมดสิทธิ์ลงแข่งขันในพาราลิมปิกฤดูหนาว ที่กำลังเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม-เมษายน 2022

ทั้งหมดนี้คือการคว่ำบาตรหลัก ๆ ของวงการกีฬาต่อรัสเซีย ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบหลักย่อมหนีไม่พ้นรัสเซียเอง โดยตอนนี้แดนหมีขาวตกอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่า หรือ การแยกตัวทางกีฬา ซึ่งจะส่งผลให้รัสเซียยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยวโดยปราศจากการสนับสนุนและความร่วมมือจากหน่วยงานส่วนกลาง รวมถึงชาติสมาชิกในแต่ละกีฬา ซึ่งท้ายที่สุดการคว่ำบาตรในลักษณะนี้จะส่งผลให้วงการกีฬารัสเซียค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา

อย่างไรก็ตามวงการกีฬาในภาพรวมทั้งหมดย่อมได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรรัสเซียเช่นกัน แม้จะไม่ใช่ผลกระทบในแง่ลบซึ่งอาจนำมาสู่วิกฤตในภายหลังแบบรัสเซีย แต่การถอดผู้เล่นคนสำคัญออกจากหน้ากระดาน ย่อมทำให้วงการกีฬาฝั่งตะวันตกมีการปรับตัวครั้งใหญ่ด้วยเช่นกัน

เราเห็นความวุ่นวายของ ที่ต้องหาสนามนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2022 แห่งใหม่ หลัง เครสตอฟสกี สเตเดียม หรือ ก๊าซพรอม อารีนา ถูกแบนจากฝ่ายจัดการแข่งขัน, เราเห็นการประกาศยกเลิกสัญญา นิกิต้า มาเซปิน นักแข่งชาวรัสเซียของทีมฮาส ก่อนการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2022 จะเริ่มต้นเพียงไม่กี่วัน, เราเห็นการยกเลิกสัญญาระหว่าง ขณะที่การขยายตลาดกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งในรัสเซียเป็นไปอย่างเข้มข้น

 

UFABETWIN

 

ทั้งหมดนี้คือความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ไม่เล็กน้อย ซึ่งส่งผลกระทบกลับมายังวงการกีฬาหลังการตัดสินใจคว่ำบาตรรัสเซีย มันกลายเป็น ที่วงการกีฬาทั่วโลกต้องยอมรับขณะที่ยังเดินหน้าต่อตามปกติ ขณะที่วงการกีฬารัสเซียก็ต้องหยุดชะงักลง

นี่คือความท้าทายที่วงการกีฬาต้องเผชิญหน้า โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกอย่างไม่สามารถหยุดได้ นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเย็นสิ้นสุดที่บรรดาผู้มีอำนาจในโลกกีฬาต้องเริ่มคิดกันว่า “หากกีฬานี้ไม่จัดการแข่งขันในรัสเซียจะเป็นอย่างไร ?” หรือ “ถ้าทีมเราไม่มีนักกีฬารัสเซียจะเสียหายแค่ไหน ?” ซึ่งถ้าพูดกันตามตรงสถานการณ์เช่นนี้หายไปจากโลกของเราราว 30 ปีแล้ว

สิ่งสำคัญคือไม่มีใครรู้ว่าการคว่ำบาตรรัสเซียจะสิ้นสุดลงเมื่อไร การวางแผนระยะยาวของวงการกีฬาที่จะเดินหน้าโดยตัดรัสเซียออกไปจากความทรงจำอาจเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำในขณะนี้ ย้ำกันอีกครั้งว่าการคว่ำบาตรรัสเซียไม่ได้ก่อปัญหาแก่วงการกีฬาในภาพรวม

แต่ผลกระทบนั้นเกิดขึ้นจริงหลังโค่นต้นไม่ชื่อประเทศรัสเซียออกจากวงการกีฬา นี่จึงถือเป็นคำถามต่อบรรดาผู้มีอำนาจในโลกกีฬาว่าพวกเขาจะจัดการกับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร จนกว่าที่ทุกอย่างจะดำเนินไปตามปกติและทุกคนลืมไปว่ามีประเทศรัสเซียอยู่ในโลกกีฬาอีกต่อไป

สร้างโอกาสมากกว่าทำลายล้าง

การคว่ำบาตรรัสเซียยังสร้างผลกระทบสำคัญกับวงการกีฬาในภาพรวมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งนั่นคือ การเปิดโอกาสทางธุรกิจแก่บรรดาทุนหน้าใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่บรรดากลุ่มทุนรัสเซียที่ถอนตัวหรือถูกคว่ำบาตรออกไป ซึ่งหากพูดกันตามตรงนี่อาจเป็นความเปลี่ยนแปลงที่สร้างผลกระทบต่อวงการกีฬามากที่สุด

เหมือนที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าวงการกีฬาจำเป็นต้องจัดการความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นให้กลับมาเรียบร้อยอีกครั้ง นั่นเป็นเพราะวงการกีฬาจำเป็นต้องเดินต่อไปโดยไม่ติดขัด ซึ่งเป็นสาเหตุของการปฏิรูปวงการกีฬาทั้งหมดในกลายเป็นธุรกิจเหมือนในปัจจุบัน

และเช่นเดียวกับธุรกิจทั่วโลก เมื่อมีผู้ลงทุนใหญ่ตัดสินใจวางส่วนแบ่งของตัวเองลง นี่ย่อมเป็นการเปิดทางให้ผู้สนใจจะเข้ามาทำธุรกิจทางด้านกีฬาก้าวเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ตรงนี้ โดยช่องว่างที่รัสเซียทิ้งไว้ในธุรกิจกีฬาคือ การสนับสนุนทีมกีฬา, การแข่งขัน และสิทธิการเป็นเจ้าของทีม ซึ่งเป็นการลงทุนด้วยเงินก้อนโตที่จะตอบแทนด้วยผลประโยชน์มหาศาลในเวลาต่อมา

ตัวอย่างชัดเจนคือการแข่งขันเพื่อเป็นเจ้าของใหม่ของทีมเชลซี หลัง โรมัน อบราโมวิช ประกาศขายทีมอย่างเป็นทางการ นี่คือโอกาสที่บรรดากลุ่มทุนทั่วโลกจะได้เข้ามาครอบครองสโมสรฟุตบอลซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีรายได้ 520 ล้านดอลล์สหรัฐต่อปี ซึ่งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่ไม่อาจหาได้จากที่ไหน

เมื่อบวกกับความจริงที่ อบราโมวิช ไม่บังคับให้เจ้าของใหม่ชดใช้หนี้จากเงินกู้ยืมที่เคยให้กับสโมสรจำนวน 1,514 ล้านปอนด์ เหลือไว้เพียงการเข้ามาสานต่อโปรเจ็กต์สร้างสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ แห่งใหม่ ซึ่งจะใช้งบประมาณมากถึง 2 พันล้านปอนด์ นี่จึงถือเป็นการคัดกรองให้แฟนบอลทั่วโลกมองเห็นว่า จะมีเพียงกลุ่มทุนที่มีงบประมาณแข็งแกร่งและความทะเยอทะยาน (ทางธุรกิจ) เท่านั้นที่จะเข้ามาเป็นเจ้าของใหม่ของเชลซี

UFABETWIN

 

ไม่ว่าใครจะก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของเชลซีคนใหม่ ภูมิทัศน์ของวงการฟุตบอลอังกฤษและยุโรปจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการคว่ำบาตรรัสเซีย จึงนำมาสู่การถอนตัวของบรรดาธุรกิจยักษ์ใหญ่ในวงการกีฬา ที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด

ลองจินตนาการถึงการสนับสนุนที่บรรดาทีมกีฬาทั่วโลกต้องการ หลังธุรกิจรัสเซียมากมายถูกตัดความสัมพันธ์ ใครจะเข้ามาสนับสนุนชาลเก้ 04 แทน ? ใครจะเข้ามายื่นเงิน 40 ล้านปอนด์ ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทน? ใครจะมาสนับสนุนทีมฮาส แทน Uralkali ? นี่คือคำตอบที่โลกกีฬาต้องการในเร็ววัน และหลายฝ่ายจำเป็นต้องจับตามอง

หากการเข้ามาสนับสนุนทีมกีฬาไม่สร้างผลประโยชน์ใดกลับไป คงไม่มีการแย่งชิงพื้นที่บนหน้าอกเสื้อฟุตบอลอย่างทุกวันนี้ หลักฐานที่ดีที่สุดคือเม็ดเงินมหาศาลที่บรรดา หรือบรรดา “เพื่อนปูติน” ทุ่มลงไปในวงการกีฬาตลอดสิบปีที่ผ่านมา นั่นเพราะพวกเขารู้ว่าการสร้างตัวตนบนเวทีการฬาสามารถเป็นอำนาจอ่อน ที่กำหนดพฤติกรรมผู้คนทั่วโลกได้

เศรษฐีจากตะวันออกกลางอาจลงทุนเพิ่มขึ้น หรือบรรดาธุรกิจจากสหรัฐอเมริกาจะเข้ามาสู่วงการกีฬายุโรปเต็มตัว คำตอบสามารถเป็นไปได้ทุกทาง แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนแน่นอนคือ มีโอกาสทางธุรกิจมากมายถูกทิ้งไว้ในวงการกีฬา หลังบรรดากลุ่มทุนรัสเซียถูกคว่ำบาตรไป

ครั้งหนึ่งรัสเซียเคยสร้างอำนาจผ่านการสนับสนุนฟุตบอลระดับทวีปและระดับโลก ผลลัพธ์คือพวกเขากลายเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และเป็นเจ้าภาพเกมฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในฤดูกาล แม้รัสเซียจะไม่ใช่มหาอำนาจในโลกลูกหนัง แต่นี่คือภาพสะท้อนว่า “อำนาจ” ในโลกกีฬาปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับถ้วยแชมป์ แต่เป็นการสร้างอิทธิพลผ่านการสนับสนุน และลงทุนด้วยเม็ดเงิน

น่าสนใจมากว่าประเทศไหนจะสามารถสร้างอิทธิพลจากการจากไปของรัสเซียได้ เรารู้กันดีว่าฟุตบอลหรือวงการกีฬาทุกวันนี้คือการต่อรองอำนาจระดับประเทศ ใครจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ? ใครจะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ? มีแต่เม็ดเงินเท่านั้นที่จำกัดวงตัวเลือกให้เราได้

นี่คือผลกระทบสำคัญที่เกิดขึ้นกับวงการกีฬา เมื่อรัสเซียถูกคว่ำบาตรเนื่องจากการบุกประเทศยูเครน มันอาจหมายถึงการเติบโต หรืออาจหมายถึงการหยุดชะงักของธุรกิจที่กำลังเดินหน้า ซึ่งไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร ความจริงที่เกิดขึ้นคือภูมิทัศน์ของวงการกีฬาโลกได้เปลี่ยนและจะส่งผลต่อทุกประเทศทั่วโลกอย่างแน่นอน

UFABETWIN